ตะลุยหาซื้อพรรณไม้ sbobet

ตะลุยหาซื้อพรรณไม้ sbobet

วันนี้จะมาพูดเกี่ยวกับต้นไม้ครอบครัวของฉันเป็นครอบครัวที่ชอบปลูก sbobet  ชอบซื้อต้นไม้มาก ต้นไม้ที่บ้านของฉันเยอะมากๆจนไม่มีที่จะวางจนต้องเอาบางต้นไปไว้หน้าบ้านบ้าง บางครั้งก็เอาไปวางไว้บ้านตรงข้ามเพราะบ้านตรงข้ามยังไม่มีคนมาอยู่ ทุกเสาร์อาทิตย์ พวกเรามักจะไปซื้อต้นไม้กันที่ตลาดนัดธนบุรี หรือที่รู้จักกันทั่วไปคือตลาดนัดสนามหลวง2 ที่สนามวง2มีทั้งโซนที่เกี่ยวกับปลา สุนัข แมว และอาหารของสัตว์ต่างๆ และก็มีเกี่ยวกับโซนต้นไม้ ครอบครัวฉันชอบไปเดินที่โซนนี้มากที่สุดเพราะมีต้นไม้ให้เราดูและเลือกหลายร้านและหลายพันธุ์ และต้นที่คุณแม่ฉันอยากได้นั้นก็คือต้นทับทิมขาว ฉันและครอบครัวเดินหากันทุกร้านก็ไม่มีเพราะเป็นต้นไม้ที่ค่อนข้างหายากและมีอยู่ร้านนึ่งเค้าบอกว่ามีแต่ต้องเป็นอาทิตย์หน้าถึงจะได้แต่เค้าก็ไม่แน่ใจว่าจะมีชัวร์หรือป่าว เค้าเลยแนะนำให้ไปหาดูให้ทั่วและหาดูแถวข้างถนน ครอบครัวฉันก็ได้ทำตามที่เค้าบอกะเดินหากันจนทั่วก็ไม่มี sbobet

    พวกเราเลยตัดสินใจที่จะขับรถไปดูแถวข้างๆถนนดูว่าจะมีไหม เราขับรถกันไปจนถึงจังหวัดนนทบุรีกันเลยทีเดียวแต่สุดท้ายแต่ละร้านก็จะมีแต่ต้นทับทิมแดงทุกร้านเลย คุณแม่เลยบอกว่าไม่ต้องหาแล้ว วันนั้นเรามั่วแต่หาต้นไม้กันทั้งวันเลยถึงจะเหนื่อยแต่ก็มีความสุขที่เราได้ทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวในวันหยุด และอีกอย่างตอนไม้นั้นก็มีความสำคัญมากเช่น ช่วยให้ร่มเงาแก่เรา ช่วยลดความร้อนแก่โลกของเรา และที่สำคัญเวลามองต้นไม้ใบไม้แล้วรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย และ สบายตามาๆเลย และวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ครอบครัวฉันก็จะไปหาดอกกุหลาบมอญมาปลูกกันอีก และเพื่อนๆละชอบต้นไม้แบบไหนกันบ้าง นำมาเล่าให้ฟังกันได้เผื่อต้นไม้ที่เพื่อนๆมีฉันอาจจะยังไม่มีก็ได้ sbobet

5 พรรณไม้มีพิษ โดยทีม Sbobet

วันนี้ทีม sbobet จะมานำเสนอบทความของเว็บไซด์ พรรณไม้ประดับ ซึ่งในรีวิวล่าสุดของเราจะนำเสนอบทความของ 5 พรรณไม้ที่มีพิษซึ่งเราอาจไม่รู้ว่า ดอกไม้พวกนี้ที่นำมาปลูกนั้นมีพิษมากน้อยเพียงใด ซึ่งทีม sbobet จะพาไปชมกันครับ1

1. Wisteria เป็นดอกไม้ที่สวยงามมากซึ่งนิยมนำมาประดับไว้ภายในบ้าน ลักษณะเป็นดอกไม้ที่เป็นพวงพุ่มห้อยลงมาดอกไม้มีสีม่วง แต่ดอกสีม่วงนี้แหละคือพิษดีๆนี้เอง หากเผลอกินเข้าไปอาจมีอาการ ท้องร่วง อาเจียน ปวดหัว เป็นไข้ อาจขั้นช็อกเสียชีวิตได้ ซึ่งใช้เวลาในการทำให้ตายภายในครึ่งชั่วโมง ปัจุบันรักษาพิษนี้ได้แล้วแต่ไม่รู้ว่าคุณจะไปถึงหมอทันภายในครึ่งชั่วโมงรึปล่าวนะ

2

2. Foxglove ถุงมือหมาจิ้งจอก? ดอกไม้สูงแค่สามฟุต สีสวยงามนี้แหละ อันตรายดีทีเดียว แน่นอนว่าจะทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องมาก และปากไหม้ด้วย ถ้ากินเข้าไปนะ บางคนก็จะทำให้อัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ ว่ากันว่ามันฆ่ากระต่ายได้เลยล่ะ

3

3. Hydrangea เห็นสีสวยๆขนาดนี้อย่าคิดว่าไม่มีพิษภัยอะไร เพราะถ้าหากโดนพิษเข้าสู่ร่างกายแล้วละก็ เนื้อตัวเย็นเฉียบ ครั่นเนื้อครั่นตัว คลื่นไส้ อยากจะอาเจียน บางคนอาจจะเกิดอาการช็อกได้เลยด้วยซ้ำไป เพราะงั้นดูแต่ตา มืออย่าต้อง

4

4. Lily-of-the-valley  เป็นดอกไม้เมืองหนาวที่พบในจีน ญี่ปุ่น ยูเรเชียและอเมริกาตะวันออก ส่วนในประเทศอังกฤษนั้นพบได้ทั่วไป เป็นพืชสมุนไพรที่มีทั้งคุณและโทษ นำมาทำยานานนับศตวรรษแล้ว  ปัจจุบันนี้นิยมมาผสมในเครื่องสำอางอย่างแพร่หลาย แต่หากพิษเข้าสู่ร่างกายแล้ว ก็จะมีอาการใจเต้นแรง คลื่นไส้ อาเจียน

5

5. Anthurium หรือคนไทยรู้จักในชื่อดอกหน้าวัวนั่นเอง ซึ่งมีหลากสีที่คนก็นิยมปลูกกันมากแต่ก็ถูกจัดอยู่ในดอกไม่ที่มีพิษเช่นกัน ถ้าหากว่าเผลอแตะโดนบริเวณไหนของผิวหนังละก็ เสร็จแน่ ดอกไม้นี้จะทำให้ร่างกายของคุณไหม้ ยิ่งถ้าโดนปาก แย่ที่สุดเลยหรือถ้ากินเข้าไป นี่จะทำให้เสียงแหบเสียงแห้ง พูดไม่ได้ยินไปสักพักเลยละ sbobet

 

พรรณไม้ประดับ

พรรณไม้ประดับ – ลักษณะทั่วไปของกล้วยไม้

พรรณไม้ประดับ -  ลักษณะทั่วไปของกล้วยไม้

พรรณไม้ประดับ

พรรณไม้ประดับ – ประวัติกล้วยไม้

พรรณไม้ประดับ -  ลักษณะทั่วไปของกล้วยไม้

  กล้วยไม้เป็นพืชที่มีส่วนต่างๆ สมบูรณ์ คือ มีราก ต้น ใบ ดอก และผล รากของกล้วยไม้ไม่มีรากแก้ว ลำต้นไม่มีแก่นไม้ ใบจัดเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวมีเส้นใบขนานกันตามความยาวของใบ ซึ่งมีรายละเอียดของส่วนต่างๆ ดังนี้

ราก

            กล้วยไม้มีระบบรากแบ่งเป็นหลายชนิด เช่น รากดิน รากกึ่งดิน รากกึ่งอากาศ และรากอากาศ

ระบบรากดิน

พรรณไม้ประดับ

พรรณไม้ประดับ – ลักษณะทั่วไปของกล้วยไม้

            จัดเป็นกล้วยไม้ที่มีระบบรากเกิดจากหัวที่อวบน้ำอยู่ใต้ดิน ตัวรากจะมีน้ำมาก เช่นกล้วยไม้สกุลนางอั้ว กล้วยไม้ประเภทนี้พบมากบริเวณพื้นที่ที่มีสภาพอากาศในฤดูกาลที่ชัดเจน เช่น ฤดูฝนมีฝนตกชุก และมีฤดูแล้ง เมื่อถึงฤดูฝนหัวจะแตกหน่อใบอ่อนจะชูพ้นขึ้นมาบนผิวดิน และออกดอกในตอนปลายฤดูฝน เมื่อพ้นฤดูฝนไปแล้วใบก็จะทรุดโทรมและแห้งไป คงเหลือแต่หัวที่อวบน้ำและมีอาหารสะสมฝังอยู่ใต้ดินสามารถทนความแห้งแล้งได้

ระบบรากกึ่งดิน

พรรณไม้ประดับ

พรรณไม้ประดับ – ลักษณะทั่วไปของกล้วยไม้

            มีรากซึ่งมีลักษณะอวบน้ำ ใหญ่หยาบและแตกแขนงแผ่กระจายอย่างหนาแน่น สามารถเก็บสะสมน้ำได้ดีพอสมควร กล้วยไม้ประเภทนี้พบอยู่ตามอินทรียวัตถุที่เน่าเปื่อยผุพังร่วนโปร่ง กล้วยไม้ที่มีระบบรากกึ่งดิน ได้แก่ กล้วยไม้สกุลรองเท้านารี สกุลสเปโธกล๊อตติส สกุลเอื้องพร้าว เป็นต้น

ระบบรากกึ่งอากาศ

พรรณไม้ประดับ

พรรณไม้ประดับ – ลักษณะทั่วไปของกล้วยไม้

            เป็นระบบรากที่มีเซลล์ผิวของรากมีชั้นเซลล์ที่หนาและมีลักษณะคล้ายฟองน้ำ ผิวนอกเกลี้ยงไม่มีขน มีลักษณะคล้ายฟองน้ำ เก็บและดูดน้ำได้มาก สามารถนำน้ำไปใช้ตามเซลล์ผิวได้ตลอดความยาวของราก ระบบรากกึ่งอากาศมักมีรากแขนงใหญ่หยาบอยู่กันอย่างหนาแน่นไม่มีรากขนอ่อน รากมีขนาดเล็กกว่ารากอากาศ กล้วยไม้ระบบรากกึ่งอากาศได้แก่ กล้วยไม้สกุลแคทลียา สกุลออนซิเดี้ยม เป็นต้น

ระบบรากอากาศ

พรรณไม้ประดับ

พรรณไม้ประดับ – ลักษณะทั่วไปของกล้วยไม้

            กล้วยไม้ที่มีระบบรากแบบรากอากาศจะมีรากขนาดใหญ่ แขนงรากหยาบ เซลล์ที่ผิวรากจะทำหน้าที่ดูดน้ำ เก็บน้ำและนำน้ำไปตามรากได้เป็นอย่างดี ทำให้สามารถทนทานต่อความแห้งแล้งได้ดี รากอากาศไม่ชอบอยู่ในสภาพเปียกแฉะนานเกินไป นอกจากนั้นปลายรากสดมีสีเขียวของคลอโรฟีลล์สามารถทำหน้าที่ปรุงอาหารได้เช่นเดียวกับใบเมื่อมี่แสงสว่าง เพราะฉะนั้นรากประเภทนี้จึงไม่หลบแสงสว่างเหมือนรากต้นไม้ดินทั่วๆ ไป กล้วยไม้ที่มีระบบรากอากาศได้แก่ กล้วยไม้สกุลแวนด้า สกุลช้าง สกุลกุหลาบ สกุลแมลงปอ สกุลเข็มและกล้วยไม้สกุลเรแนนเธอร่า

ลำต้น

            หมายถึงส่วนที่เป็นข้อ บริเวณส่วนเหนือข้อและติดอยู่กับข้อจะมีตา ตาอาจจะแตกเป็นหน่ออ่อน กิ่งอ่อนหรือช่อดอกก็ได้ ส่วนที่เป็นข้อเป็นส่วนที่มีใบ กาบใบ หรือกาบของลำต้นที่ไม่มีส่วนของใบเจริญออกมาได้ ส่วนที่อยู่ระหว่างข้อเรียกว่า ปล้อง สำหรับลำต้นของกล้วยไม้ที่โผล่พ้นจากเครื่องปลูกแบ่งได้ 2 ประเภท คือ ลำต้นแท้ และลำต้นเทียม

ลำต้นแท้

พรรณไม้ประดับ

พรรณไม้ประดับ – ลักษณะทั่วไปของกล้วยไม้

            คือลำต้นที่มี ข้อ ปล้อง เหมือนกับลำต้นของพืชใบเลี้ยงเดี่ยวทั่วไป ที่ส่วนเหนือข้อจะมีตา ซึ่งสามารถเจริญเป็นหน่อใหม่ และช่อดอกได้ ลำต้นประเภทนี้จะเจริญเติบโตออกไปทางยอด ได้แก่ กล้วยไม้สกุลแวนด้า แมลงปอ และรองเท้านารี

ลำต้นเทียม

พรรณไม้ประดับ

พรรณไม้ประดับ – ลักษณะทั่วไปของกล้วยไม้

            หรือที่เรียกว่า ลำลูกกล้วย ทำหน้าที่สะสมอาหาร ตาที่อยู่ตามข้อบนๆ ของลำลูกกล้วยสามารถแตกเป็นหน่อหรือช่อดอกได้ แต่ลำต้นที่แท้จริงของกล้วยไม้ประเภทนี้คือ เหง้า ซึ่งเจริญในแนวนอนไปตามผิวของเครื่องปลูก ลักษณะของเหง้ามีข้อและปล้องถี่ กล้วยไม้ที่มีลำต้นลักษณะนี้ ได้แก่ กล้วยไม้สกุลหวาย แคทลียา เอพิเด็นดรั้มและสกุลออนซิเดี้ยม

ใบ

พรรณไม้ประดับ

พรรณไม้ประดับ – ลักษณะทั่วไปของกล้วยไม้

            กล้วยไม้เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว คือเส้นใบจะอยู่ในลักษณะขนานกันไปตามความยาวของใบ ใบของกล้วยไม้มีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปตามชนิดของกล้วยไม้ นับตั้งแต่รูปร่าง สีสัน ขนาด และการทรงตัวตามธรรมชาติ ลักษณะใบของกล้วยไม้มีหลายชนิด เช่น ใบแบน ใบกลม และใบร่องซึ่งเป็นลูกผสมระหว่างพวกใบกลมกับใบแบน แต่ใบกล้วยไม้ส่วนมากแล้วจะมีลักษณะแบน การเรียงตัวจะมีทั้งเรียงสลับกันและเรียงซ้อนทับกัน สีของใบส่วนมากมีสีเขียวอมเหลืองบางชนิดใบมีสีสันลวดลายสวยงาม หน้าที่ของใบ คือ สังเคราะห์แสง โดยสารสีเขียวเรียกว่าคลอโรฟีลล์ที่อยู่ภายในใบร่วมกับแสงสว่าง ช่วยให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศผ่านเข้าไปทางรูถ่ายก๊าซของใบทำปฏิกิริยากับน้ำเกิดเป็นน้ำตาล นอกจากนี้ใบยังทำหน้าที่คายน้ำออกจากต้น ช่วยให้รากสามารถดูดน้ำและอาหารเข้าสู่ต้น เป็นการแทนที่น้ำที่ระเหยออกจากใบ ทำให้ต้นได้อาหารหรือปุ๋ยผ่านเข้าทางรากได้

            กล้วยไม้ ใบของกล้วยไม้มีลักษณะแตกต่างกันตามสายพันธุ์ เช่น กล้วยไม้ในสกุลสแพโตกล๊อตทิส (Spathoglottis) มีลักษณะใบเป็นจีบ กล้วยไม้พญาไร้ใบ (Chiloschista usneoides LDL) มีลักษณะใบที่เล็กมากเกาะอยู่ตามกิ่งไม้ในที่ค่อนข้างร่ม มีรากหนาแน่นสีเขียว สามารถปรุงอาหารได้ ใบจึงเจริญออกมามีขนาดใหญ่กว่าหัวเข็มหมุดเล็กน้อย กล้วยไม้รองเท้านารี (Paphilopedilum) ลักษณะใบมีสีสันงดงามหลายชนิดมีใบสีเขียวแก่สลับเขียวอ่อน กล้วยไม้ (Anoectochilus siamensis) ลักษณะใบมีสีน้ำตาลอมแดงและมีลายหรือกระสีขาวสวยงามมาก

ช่อดอก

พรรณไม้ประดับ

พรรณไม้ประดับ – ลักษณะทั่วไปของกล้วยไม้

            กล้วยไม้ (Inflorescence) มีลักษณะแตกต่างกันไปอย่างกว้างขวางแล้วแต่สกุลและชนิดของกล้วยไม้ บางชนิดมีก้านช่อสั้นมาก บางชนิดมีก้านช่อยาว บางชนิดมีช่อดอกตั้งแข็ง (Erect) บางชนิดมีช่อดอกลักษณะโค้งหรือห้อยหัวลง เช่น ช่อดอกกล้วยไม้ไอยเรศ (Rhynchostylis retusa) กล้วยไม้บางชนิดมีช่อดอกยาวและมีแขนงแยกออกไปอีก เช่น ช่อดอกกล้วยไม้ในสกุลเรแนนเธอร่า (Renanthera) ก้านซึ่งเป็นแกนกลางของช่อดอกจะประกอบด้วยข้อและปล้อง ช่อดอกของกล้วยไม้บางชนิดมีตาซึ่งอยู่ตามข้อของก้านที่เป็นแกนช่อสามารถแตกและเจริญออกมาเป็นต้นกล้วยไม้เล็กๆ ได้ เช่น ก้านช่อของกล้วยไม้สกุลฟาแลนด์น๊อฟซิส เป็นต้น

ดอก

พรรณไม้ประดับ

พรรณไม้ประดับ – ลักษณะทั่วไปของกล้วยไม้

            กล้วยไม้ ดอกกล้วยไม้เป็นดอกสมบูรณ์เพศ คือ เกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน มีหน้าที่ในการสืบพันธุ์ ดอกมีลักษณะ คือ กลีบรองดอก คือกลีบชั้นนอก เป็นส่วนที่ห่อหุ้มป้องกันส่วนต่างๆ ในขณะที่มีสภาพเป็นตาดอกอยู่ มักมีลักษณะและสีสันคล้ายใบ กลีบดอก กล้วยไม้กลีบดอก 6 กลีบ แบ่งออกเป็น 2 ชั้น ชั้นนอก 3 กลีบ และชั้นใน 3 กลีบ กลีบชั้นนอกอยู่ข้างบนหนึ่งกลีบ ข้างๆ หรือข้างล่าง 2 กลีบ กลีบคู่ล่างนี้จะมีขนาดรูปร่างและสีสันเหมือนกัน แต่กลีบบนอาจแตกต่างออกไป สำหรับกลีบชั้นใน 3 กลีบ กลีบหนึ่งอยู่ข้างล่าง อีก 2 กลีบอยู่ข้างบน กลีบคู่นี้จะมีขนาด รูปทรง สีสัน เหมือนกัน ส่วนกลีบล่างจะเปลี่ยนไปโดยมีขนาดเล็กลงหรือโตขึ้น และมีสีสันผิดไปจากกลีบคู่บน กลีบคู่ล่างมีชื่อเรียกเฉพาะว่า ปาก หรือ กระเป๋า

เกสร

            คืออวัยวะที่แท้จริงของพืชมีดอก หรือเป็นส่วนประกอบ เพื่อช่วยให้การผสมพันธุ์กล้วยไม้เป็นพืชที่มีดอกสมบูรณ์เพศ คือ มีเกสรตัวผู้ และเกสรตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน เกสรกล้วยไม้มีลักษณะเฉพาะ คือ ส่วนของก้านชูยอดเกสรเมียกับก้านชูอับเรณูของเกสรผู้ รวมเป็นอวัยวะอันเดียวกัน และยอดเกสรเมียกับเรณูติดอยู่ส่วนนี้ รวมเรียกส่วนนี้ทั้งหมดว่า “เส้าเกสร” ซึ่งจะยื่นออกมาจากจุดเดียวกันกับที่โคนกลีบดอก ติดอยู่ที่ปลายสุดของเส้าเกสรเป็นที่อยู่ของเรณู ซึ่งเป็นเชื้อเพศผู้ เรณูนี้เป็นเม็ดขนาดเล็กมากมีฝาครอบปิดอยู่มิดชิด เรณูของกล้วยไม้มักเกาะกันเป็นก้อนเหนียวๆ เรียกว่า ก้อนเรณู ถัดจากปลายสุดลงมา เป็นแอ่งกลมเล็กมีน้ำเหนียวอยู่เต็มแอ่ง ส่วนนี้คือ แอ่งยอดเกสรตัวเมีย การผสมพันธุ์กล้วยไม้เริ่มแรกก้อนเรณูจะต้องเข้าไปในแอ่งน้ำเหนียว จะทำหน้าที่กระตุ้นให้เม็ดเรณูงอกเข้าไปผสมพันธุ์กับไข่ ในรังไข่ต่อไป บริเวณก้านดอกส่วนที่อยู่ชิดกับโคนกลีบดอก ซึ่งจะมีขนาดใหญ่กว่าก้านดอกที่ต่ำลงไป ก้านดอกส่วนนี้เป็นที่อยู่ของอวัยวะเพศเมียอีกส่วนหนึ่ง คือ รังไข่ ภายในรังไข่จะมีไข่อ่อนเป็นเม็ดเล็กๆ เกาะติดอยู่มากมาย ไข่อ่อนเหล่านี้เมื่อได้รับการผสมเชื้อเพศผู้จากเรณู ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงและเจริญเติบโตกลายเป็นเมล็ด ใช้สำหรับสืบพันธุ์ต่อไป

ผลหรือฝัก

            ฝักกล้วยไม้มีอายุตั้งแต่ผสมเกสรไปจนถึงฝักแก่จะแตกต่างกันไปตามชนิดของกล้วยไม้ร่วมกับสภาพแวดล้อมและความสมบูรณ์ขององค์ประกอบในการเจริญงอกงาม กล้วยไม้บางชนิดฝักอาจจะแก่ได้ในระยะเวลาเพียงเดือนกว่าเท่านั้น บางชนิดฝักจะอยู่กับต้นถึงปีครึ่งถึงจะแก่ ฝักกล้วยไม้ประเภทไม่แตกกอมักจะห้อยปลายลงเป็นส่วนมาก เช่น ฝักของกล้วยไม้สกุลหวาย เป็นต้น แต่ละฝักมีเมล็ดเป็นจำนวนมาก เมล็ดมีลักษณะเรียวยาวหรือป่องกลางคล้ายลูกรักบี้ เมล็ดมีขนาดเล็กมาก มีแต่คัพภะ แต่ไม่มีอาหารสะสม มีเปลือกบางๆ หุ้มเมล็ดอยู่ มีสีแตกต่างกันไป เช่น น้ำตาล เทา เหลือง หรือขาว และด้วยเหตุที่เมล็ดกล้วยไม้มีขนาดเล็กมาก จึงอาจปลิวกระจายไปตามลมได้ง่ายและเป็นระยะทางไกลได้

พรรณไม้ประดับ

พรรณไม้ประดับ – ประวัติกล้วยไม้

พรรณไม้ประดับ

พรรณไม้ประดับ – ประวัติกล้วยไม้

พรรณไม้ประดับ

พรรณไม้ประดับ – ประวัติกล้วยไม้

พรรณไม้ประดับ

พรรณไม้ประดับ – ประวัติกล้วยไม้

พรรณไม้ประดับ

พรรณไม้ประดับ – ประวัติกล้วยไม้

พรรณไม้ประดับ

พรรณไม้ประดับ – ประวัติกล้วยไม้

พรรณไม้ประดับ

พรรณไม้ประดับ – ประวัติกล้วยไม้

พรรณไม้ประดับ

พรรณไม้ประดับ – ประวัติกล้วยไม้

พรรณไม้ประดับ

พรรณไม้ประดับ – ประวัติกล้วยไม้

ที่มาพรรณไม้ประดับ  : http://www.panmai.com

พรรณไม้ประดับ – ประวัติกล้วยไม้

           พรรณไม้ประดับ – ประวัติกล้วยไม้

พรรณไม้ประดับ

พรรณไม้ประดับ – ประวัติกล้วยไม้

พรรณไม้ประดับ – ประวัติกล้วยไม้

  กล้วยไม้ (Orchid) เป็นพืชวงศ์ใหญ่ที่มีดอกสวยงาม มีความหลากหลายทั้งสีสันลวดลาย ขนาด รูปทรง และกลิ่น เรียกได้ว่าเป็นพืชดอกที่มีความหลากหลายมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง มีมากกว่า 800 สกุล พบในธรรมชาติมากกว่าสองหมื่นชนิด ด้วยความสวยงามและความหลากหลายทำให้กล้วยไม้เป็นที่นิยมไปทั่วโลก มีการปรับปรุงสายพันธุ์โดยการผสมข้ามชนิดข้ามสกุลมากกว่าสามหมื่นคู่ผสม ทำให้กล้วยไม้มีความสวยงามและหลากหลายมากยิ่งขึ้น

พรรณไม้ประดับ

พรรณไม้ประดับ – ประวัติกล้วยไม้

                กล้วยไม้เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ในวงศ์ Orchidaceae เป็นไม้ตัดดอกยอดนิยม เนื่องจากมีลักษณะดอกและสีสันลวดลายสวยงาม เป็นไม้ตัดดอกที่มีอายุการใช้งานได้นาน กล้วยไม้เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญของไทย เพราะเป็นไม้ส่งออกขายต่างประเทศทำรายได้เข้าประเทศปีละหลายร้อยล้านบาท มีการปลูกเลี้ยงอย่างครบวงจร ตั้งแต่การผสมเกสร เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เลี้ยงลูกกล้วยไม้ เลี้ยงต้นกล้วยไม้จนกระทั่งให้ดอก ตัดดอกบรรจุหีบห่อและส่งออกเองอกเอง

พรรณไม้ประดับ

พรรณไม้ประดับ – ประวัติกล้วยไม้

                กล้วยไม้ แหล่งกำเนิดกล้วยไม้ป่าที่สำคัญของโลกมี 2 แหล่งใหญ่ๆ ด้วยกันคือ ลาตินอเมริกา กับเอเชียแปซิฟิค สำหรับในลาตินอเมริกาเป็นอาณาบริเวณอเมริกากลางติดต่อกับเขตเหนือของอเมริกาใต้ ส่วนแหล่งกำเนิดกล้วยไม้ป่าในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิค มีประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง จากการค้นพบประเทศไทยมีพันธุ์กล้วยไม้ป่าเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยต่อการเจริญงอกงามของกล้วยไม้มาก และกล้วยไม้ป่าที่ในพบในภูมิภาคแถบนี้มีลักษณะเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง แตกต่างจากกล้วยไม้ในภูมิภาคลาตินอเมริกา

พรรณไม้ประดับ

พรรณไม้ประดับ – ประวัติกล้วยไม้

                การปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ในประเทศไทย

                จากการสำรวจในอดีตพบว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีกล้วยไม้อยู่ในป่าธรรมขาติไม่ต่ำกว่า 1,000 ชนิด ทั้งประเภทที่พบอยู่บนต้นไม้ บนพื้นผิวของภูเขาและบนพื้นดิน สรุปได้ว่าสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของประเทศไทยเอื้ออำนวยแก่การเจริญงอกงามของกล้วยไม้เป็นอย่างมาก ในอดีตชาวชนบทของไทย โดยเฉพาะในแหล่งที่เคยมีกล้วยไม้ป่าอุดมสมบูรณ์ ได้นำกล้วยไม้ป่ามาปลูกเลี้ยงโดยเลียนแบบธรรมชาติ โดยนำกล้วยไม้มาปลูกไว้กับต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ใกล้ๆ บ้านเรือน การเลี้ยงกล้วยไม้เริ่มเปลี่ยนมาเป็นการปลูกเลี้ยงอย่างจริงจังโดยชาวตะวันตกผู้หนึ่ง ที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย เห็นว่าสภาพแวดล้อมของประเทศไทยเหมาะสมสำหรับการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ จึงได้สร้างเรือนกล้วยไม้อย่างง่ายๆ และนำเอากล้วยไม้ป่าจากเขตร้อนของอเมริกา ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดกล้วยไม้ป่าแหล่งใหญ่แหล่งหนึ่งของโลก ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจากกล้วยไม้ในเอเชียและเอเชียแปซิฟิค โดยนำมาปลูกเลี้ยงเป็นงานอดิเรกในขณะเดียวกันก็มีเจ้านายชั้นสูงและบรรดาข้าราชการที่ใกล้ชิด ให้ความสนใจเลี้ยงกล้วยไม้เป็นงานอดิเรกเช่นกัน นอกจากนั้นก็ยังมีกลุ่มบุคคลสูงอายุซึ่งเลี้ยงกล้วยไม้เพื่อความสุขทางใจ การปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ อย่างไรก็ตามการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ยังคงจำกัดอยู่ในวงแคบ คือ ในกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มผู้มีเงินในยุคนั้น และเป็นการปลูกเลี้ยงที่นิยมกล้วยไม้พันธุ์ต่างประเทศ ส่วนกล้วยไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในป่าของประเทศไทยจะนิยมและยกย่องเฉพาะพันธุ์ที่หายากและมีราคาแพง

พรรณไม้ประดับ

พรรณไม้ประดับ – ประวัติกล้วยไม้

                หลังการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในปี 2475 สภาพการเลี้ยงก็ยังคงจำกัดอยู่ในวงแคบเช่นเดิม แต่ผลงานเกี่ยวกับการผสมพันธุ์กล้วยไม้ในต่างประเทศเริ่มมีอิทธิพลกระตุ้นให้ผู้เกี่ยวข้องกับวงการกล้วยไม้ในประเทศไทยสนใจกล้วยไม้ลูกผสมมากขึ้น มีการสั่งกล้วยไม้ลูกผสมจากประเทศในทวีปยุโรป สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย เพื่อนำเข้ามาปลูกเลี้ยงในประเทศไทย

พรรณไม้ประดับ

พรรณไม้ประดับ – ประวัติกล้วยไม้

                การพัฒนาการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ เป็นไปอย่างจริงจัง เมื่อประมาณปี 2493 โดยได้มีการวิจัย นับตั้งแต่การรวบรวมปลูกในระดับพื้นฐาน ต่อมาในปี 2497 ได้เริ่มเปิดการฝึกอบรมการเลี้ยงกล้วยไม้ให้แก่ประชาชนผู้สนใจทั่วไป และมีการจัดตั้งชมรมกล้วยไม้ขึ้นในปี 2498 ซึ่งต่อมาได้รับการสถาปนาเป็นสมาคมกล้วยไม้เมื่อปี 2500 และในปีเดียวกันนี้ ได้เริ่มมีการนำเอาความรู้ในเรื่องกล้วยไม้และแนวความคิดในการพัฒนาวงการกล้วยไม้ออกเผยแพร่ทั้งทางโทรทัศน์และวิทยุ และมีการผลิตเอกสารสิ่งพิมพ์เผยแพร่ ทำให้วงการกล้วยไม้ของประเทศไทย ขยายตัวออกไปอย่างกว้างขวาง จนกระทั่งมีการจัดตั้งสมาคมและสโมสรเกี่ยวกับกล้วยไม้ขึ้นในภาคและจังหวัดต่างๆ

พรรณไม้ประดับ

พรรณไม้ประดับ – ประวัติกล้วยไม้

                ในปี 2501 ได้มีการเปิดการสอนวิชากล้วยไม้ขึ้นในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นครั้งแรก เพื่อผลิตนักวิชาการและพัฒนางานวิจัยกล้วยไม้ของประเทศ และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้การปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ไม่ได้จำกัดอยู่ภายในวงแคบอีกต่อไป จากการส่งเสริมดังกล่าว ทำให้มีการนำเข้ากล้วยไม้ลูกผสมจากต่างประเทศ เช่น จากฮาวายและสิงคโปร์จำนวนมากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้ที่มีความรู้หันมารวบรวมพันธุ์ผสมและเพาะพันธุ์จากพ่อแม่พันธุ์ในประเทศ ทั้งที่เป็นพ่อแม่พันธุ์จากป่า และลูกผสมที่สั่งเข้ามาแล้วในอดีต

พรรณไม้ประดับ

พรรณไม้ประดับ – ประวัติกล้วยไม้

                ปี 2506 วงการกล้วยไม้ของไทยได้เริ่มมีแผนในการขยายข่ายงานออกไปประสานกับวงการกล้วยไม้สากล เพื่อยกระดับวงการกล้วยไม้ในประเทศให้ทัดเทียมกับต่างประเทศ

พรรณไม้ประดับ

พรรณไม้ประดับ – ประวัติกล้วยไม้

                ปี 2509 เริ่มการทำสวนกล้วยไม้ตัดดอกอย่างจริงจัง เมื่อไทยเริ่มส่งออกกล้วยไม้ไปสู่ตลาดต่างประเทศในยุโรปตะวันตก เช่น สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน เนเธอร์แลนด์ และอิตาลี ต่อมาจึงขยายตลาดไปสู่ประเทศญี่ปุ่น แคนาดา และบางรัฐของสหรัฐอเมริกา

พรรณไม้ประดับ

พรรณไม้ประดับ – ประวัติกล้วยไม้

ที่มาของพรรณไม้ประดับ : http://www.panmai.com

พรรณไม้ประดับ – ต้นกวนอิมเงิน

พรรณไม้ประดับ – ต้นกวนอิมเงิน

ต้นกวนอิมเงิน

ต้นกวนอิมเงิน

ต้นกวนอิมเงิน

ชื่อสามัญ                                   Ribbon plant

ชื่อวิทยาศาสตร์                        Dracaena sonderiana”silver”

ตระกูล                                        LILIACEAE

ถิ่นกำเนิด                                   ประเทศคาเมรูนและคองโก

ลักษณะทั่วไป

ต้นกวนอิมเงิน

ต้นกวนอิมเงิน

            พรรณไม้ประดับ – ต้นกวนอิมเงิน เป็นไม้ยืนต้น คล้ายกับต้นไม้สกุลหวาย ลำต้นกวนอิมเงินจะโตประมาณ 1-2 เซนติเมตร ความสูงของลำต้นนั้นประมาณ 1-3 เมตร ลำต้นตรงกลมเล็กลำต้นเป็นข้อๆสีเขียวไม่มีกิ่งก้านสาขามีการเจริญการยืดตัวของข้อใบเป็นใบเดี่ยวแตกออกจากส่วนยอด ของลำต้น มีกาบใบหุ้มห่อลำต้น สลับกันเป็นชั้นๆ ตามข้อของลำต้น ใบแคบเรียวยาว ปลายใบแหลม โคนใบสอบลงมาถึงกาบใบพื้นใบมีสีเขียวหรือมีสีขาวพาดตามยาวของใบ ขนาดความกว้างของใบประมาณ 2-3 เซนติเมตร ยาวประมาณ 6-8 เซนติเมตร

ปลูกเป็นมงคล

            คนไทยสมัยโบราณนั้นมีความเชื่อว่า บ้านใดที่ปลูกต้นกวนอิมเงินไว้ประจำบ้าน จะทำให้คนในบ้านมีฐานะดี เกิดความร่ำรวยเงินทอง เพราะต้นกวนอิมด้วยชื่อก็เป็นมงคล ตรงกับเจ้าแม่กวนอิมที่คนไทยนั้นนับถือและเป็นไม้นำเงินเข้ามาหมุนเวียนให้คนในบ้าน ดังนั้นจึงถือว่าเป็นไม้มงคลนาม นอกจากนี้ยังมีความเชื่ออีกว่า ต้นกวนอิมเงินเป็นต้นไม้ที่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะคนโบราณใช้ต้นกวนอิมประกอบในพิธีบูชาพระเจ้า และพิธีมงคลทางศาสนาดียิ่งนัก

ปลูกต้นกวนอิมที่ไหนดี

            เพื่อเป็นสิริมงคล ควรปลูกต้นกวนอิมเงินไว้ทางทิศตะวันออก ผู้ปลูกควรปลูกในวันอังคาร เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เพื่อเอาประโยชน์ทั่วไปทางใบให้ปลูกในวันอังคาร

ต้นกวนอิมเงิน

ต้นกวนอิมเงิน

การปลูกมี 2 วิธี

             1. การปลูกในกระถางเพื่อประดับภายในและภายนอกอาคาร ใช้กระถางทรงสูงขนาด 8-12 นิ้ว ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก : แกลบผุ :    ดินร่วนอัตรา 1:1:1 ผสมดินปลูกควรเปลี่ยนกระถาง1-2ปี/ครั้งเพราะการขยายตัวของรากแน่นเกินไปและการแตกกอของทรง  พุ่มโตขึ้นนอกจากนี้ยังเป็นการช่วยเปลี่ยนดินปลูกใหม่ เพื่อทดแทนดินปลูกเดิมที่เสื่อมสภาพไป

            2.การปลูกในแปลงปลูกเพื่อประดับบริเวณบ้านและสวนโบราณนิยมปลูกไว้บริเวณบ้านและสวนโบราณนิยมปลูกไว้บริเวณหน้าบ้าน เพราะจะได้เป็นเสน่ห์แก่บ้าน ขนาดหลุมปลูก 20 x 20 x 20 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก : ดินร่วน อัตรา 1:2    ผสมดินปลูก

การดูแลรักษา

แสง                             ต้องการแสงแดดจัด หรือ แสงร่มรำไร

น้ำ                                ชอบน้ำมาก การให้น้ำ 5-7 วัน/ครั้ง

ดิน                               ชอบดินร่วนซุย ดินร่วนปนทราย มีความชื้นสูง

ปุ๋ย                               ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 0.5-1 กิโลกรัม/ต้น ควรใส่ 1-2 เดือน/ครั้ง  หรือการใส่ปุ๋ยเคมีใช้สูตร 16-16-16 อัตรา 100-300 กรัม/กอ ใส่ปีละ 4-5 ครั้ง

การขยายพันธ์              การปักชำ

โรคและแมลง             ไม่ค่อยพบและมีปัญหาเรื่องโรค แมลง จะพบเพลี้ยแป้ง

อาการ                          ซอกใบหรือโคนใบมีกลุ่มผงสีขาว จากนั้นใบจะเหลือกซีด แคระแกร็น

การป้องกันกำจัด         รักษาความสะอาดบริเวณพื้นที่ปลูก ฉีดพ่นด้วย ยาไดซินอนตามคำแนะนำที่ระบุไว้ในฉลากยา

ต้นกวนอิมเงิน

ต้นกวนอิมเงิน

ที่มาของพรรณไม้ประดับ : http://www.maipradabonline.com